2008/Aug/05

จากที่เล่าไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว

ว่าจะไปบ้านสงเคราะห์สัตว์ ย่านตลิ่งชัน

หลังจากโทรศัพท์ถามคุณป้าเรื่องสถานที่ การเดินทางไปเรียบร้อย

เราก็รวบรวมสมาชิกได้ทั้งหมด (ตอนแรก 9 คน)

ตอนเช้าคอนเฟิร์มเพิ่มอีกสอง

มีบังเอิญเจอแล้วตามไปด้วยอีก 1 และเพื่อนพามาเพิ่มอีก 1

กลายเป็น 13 คน กร๊ากๆๆๆ

รถเก๋งสองคันเจ้าค่ะ เป็นการเดินทางที่อบอุ่นมากๆ

คันเดี๊ยน นั่งหน้า 2 นั่งหลัง 5 !

ไม่อบอุ่นก็ให้มันรู้ไป

ตัวเราเองซึ้งเพื่อนมากๆเลยนะ

ทั้งๆที่บอกว่าจะไปเซอร์เวย์ กลายเป็นว่ามีคนอยากมาช่วย

แล้วก็รวมกันได้ถึงขนาดนี้

ทั้งที่ตอนแรกกะจะไปกันแค่สองสามคนเท่านั้นเอง

หลังจากรวบรวมสมาชิกเดินทางไปซื้อของกันที่โลตัสปิ่นเกล้ากันแล้ว

เราก็เดินทางไปที่บ้านป้านิดากันต่อเลย



เมฆทะมึนต้อนรับเราเลย แต่ฝนก็ไม่ได้ตกเลยตลอดการเดินทาง

จำไม่ได้ว่าไปถึงตอนไหน ราวๆบ่ายโมงบ่ายสองได้มั้ง

ถ้าถามว่า คุณลุงคุณป้าดูแลสัตว์ได้ดีแค่ไหน

เค้าดูแลได้ดีที่สุดตามความสามารถของเค้าแล้ว

เพระเค้ามีกันแค่สองคน แต่มีคนช่วยอีกคนนึงอยู่ ซึ่งเห็นแว๊บๆ แต่ไม่ได้ถามว่าเค้าเป็นใคร

เราตะโกนอยู่หน้าบ้าน

ทั้งๆที่วันอาทิตย์ แต่ที่นี่ก็เงียบเหงาอยู่ดี

จริงๆถ้าเป็นเราปกติวันอาทิตย์ก็อาจจะหาเวลาเจอเพื่อนเพื่อไปเที่ยวเหมือนคนอื่นๆก็ได้

ทันทีที่เราตะโกน "สวัสดีค่ะ มาหาป้านิดาค่ะ~~~"

หมาเป็นสิบๆตัวก็วิ่งมารุมเห่าที่หน้าบ้านทันที

ซักพักคุณลุงก็จัดการเอาหมาเข้ากรงและจัดการอะไรต่ออะไรก่อน

แล้วเดินออกมาเปิดประตูให้พวกเรา

แล้วคุณลุงสัญญาก็พาเดินทัวร์รอบๆบ้าน

หรือพื้นที่ทั้งหมดที่เหลืออยู่ตอนนี้

ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างพอสมควร ล้อมด้วยสังกะสีเหมือนในรูป

ข้างในมีกรงแยกสัตว์ ทั้งตัวที่ดุ ที่จะเอาแต่เห่ากับกัดอย่างเดียว

และที่เหลือเป็นตัวที่สามารถเล่นด้วยได้ ไม่เป็นอันตรายกับใคร



หมาที่นี่ได้รับการดูแลจากป้า และคุณหมอคนนึงที่ให้คำปรึกษา

และช่วยเหลือทางด้านการรักษาพยาบาล การทำหมัน

รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาเวลาสัตว์เป็นโรคอะไรต่างๆ พร้อมทั้งแจกจ่ายยาให้ตามความจำเป็น

หลังจากที่พวกเราเข้าไปซักพัก พวกมันก็เริ่มเงียบ

คุณลุงคุณป้าสอนให้พวกมันไม่เห่า คนที่เข้ามาเพื่อช่วยเหลือด้วย



ที่นี่มีทั้งหมาทั้งแมว ไก่ หมู หมูป่า หนูแฮมสเตอร์ด้วย

แถมบางทีก็มีนกพิราบมาคอยกินอาหารอยู่ละแวกนั้น

จนกลายเป็นเหมือนเลี้ยงนกไปด้วย

หมามีทั้งหมดประมาณ 250 ตัวขึ้นไป ส่วนแมวร่วมร้อย

หมูตัวนึง หมูป่าสอง แฮมสเตอร์อีก 2 ไก่นี่ไม่ได้นับแฮะ



หมาที่ได้มาอยู่ที่นี่ มาหลายสถานการณ์ที่ได้ถูกนำมา

ตั้งแต่จำเป็นต้องมาอยู่ที่นี่ จนถึง เจ้าของเอามาปล่อยเอง

บางทีก็พาลคิดไปว่า

คนเรามักง่ายเนาะ พอคิดอยากเลี้ยงก็เลี้ยง

แต่ก็ไม่รับผิดชอบชีวิตของเค้าให้ถึงที่สุด



มีทั้งน้องหมาน้องแมวที่ถูกทำร้ายมา จนคุณลุงคุณป้า

หรือคนใจดีอยากช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถช่วยด้วยตัวเองได้

พามาหาคุณลุงคุณป้าเพื่อให้ช่วยรักษาบาดแผล ทั้งทางร่างกายและจิตใจของพวกมัน



น้องหมาหลายๆตัวที่ทั้งที่ดูท่าทางน่าจะดุ

กลับถอยห่าง เดินหนี เห่าทั้งๆที่หางตก เพราะความกลัว



แมวตัวนี้ก็เหมือนกัน เจอคนก็ขู่แล้ว

แถมยังพยายามหลบซ่อน เหมือนไม่อยากให้เข้าใกล้



บางที

เค้าอาจจะเจ็บจนจำ ที่เคยถูกทำร้ายมาก็ได้

พวกเค้าไม่ได้มีความผิดอะไร

หมาแต่ละตัวก็น่ารักนะ หลายๆตัวฉลาดเลยทีเดียว  

แต่มันก็ไม่มีโอกาสได้อยู่สบาย



คุณลุงจำชื่อหมาได้ทุกตัว คอยให้ข้าว ดูแลพวกมันทุกวัน

ตัวที่ตะกายคุณลุงอยู่ เค้าพยายามเล่นกับพวกเราทุกคนมาก

เราเลยถามว่า คุณลุงคะ ตัวนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

"เจ้าของเค้าตาย"

เราก็อึ้งเงียบไปว่า แล้วญาติๆหรืออะไรของเจ้าของเค้าไม่เลี้ยงต่อเลยเหรอ

"เค้ารออยู่หน้าบ้านเจ้าของทุกวันเป็นอาทิตย์ เหมือนรอเจ้าของให้กลับมา"

โดยที่ไม่รู้ว่า เจ้าของของตัวเองนั้น ไม่มีวันได้พบอีกแล้ว

"คนข้างห้องเค้าทนดูไม่ไหว เค้าเลยโทรมาถามว่า ขอฝากไว้ที่นี่ได้มั้ย"



น้องหมาผู้ซื่อสัตย์

เราฟังเรื่องนี้น้ำตาตกในเลย แต่ร้องไม่ได้

เพราะตัวเราเองก็ไม่สามารถรับผิดชอบดูแลเค้าแทนได้เหมือนกัน

ต่อให้เราอยากเลี้ยงแค่ไหน เราก็พาเค้ากลับมาไม่ได้

แล้วคุณลุงคุณป้า ที่ใจดี คอยดูแลพวกมัน

สำหรับเราแล้ว เรามองว่าเค้าเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่

เสียสละทั้งการงานของตัวเอง ชีวิตส่วนตัวในการดำเนินชีวิตแบบธรรมดา

เพื่อเลี้ยงน้องๆทั้งหลายที่ไร้ที่พึ่งพิงเหล่านี้

เป็นที่พึ่งพิงให้พวกเค้าจนกระทั่งยอมเสี่ยงอะไรหลายๆอย่าง

เพื่อรักษาทุกชีวิตที่นี่ และปกป้องสถานที่นี้ไว้



ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ทิ้งไม่ได้

หรือความรู้สึกอะไรก็ตามแต่ ทั้งสองท่านได้แสดงถึงความรับผิดชอบนี้ให้เราเห็น

และเค้าได้ทำแบบนี้มา 29 ปีแล้ว

พอมีสัตว์ตาย ลุงก็จะเป็นคนฝังให้

หมูเค้าก็ไม่ขาย ไก่ก็ไม่กิน

แม้จะลำบากอดอยากขนาดไหน

คุณลุงคุณป้า ก็เห็นพวกเค้า เป็นเหมือนลูกแท้ๆของตัวเอง



เมื่อคุณลุงคุณป้าทำงานไม่ได้และอุทิศทั้งชีวิตเพื่อดูแลลูกๆของเค้าพวกนี้

เค้าจะหาเงินมาเลี้ยงชีวิตลูกๆของเค้ายังไง

ป้าเองก็ยิ้มและเล่าให้พวกเราฟังว่า



"ป้าได้จากการบริจาค ขอยืมคนนั้นคนนี้ที่เค้าพอช่วยได้บ้าง"

"หรือบางที ป้าก็ต้องยอมไปกู้เงินด่วนมา"

พอมาถึงตรงนี้เราก็นิ่งฟัง

"แต่ป้าก็พาเค้ามาดูนะว่า อย่าใจร้ายกับป้าเลย"

"ถ้าป้าได้เงินบริจาคมาเมื่อไหร่ ป้าก็เอาไปใช้เท่านั้น"

"คุณ ปอ ทฤษฎี  ก็เป็นคนนึงที่เคยมาช่วยเหลือป้า ใช้หนี้ให้ป้าไปเป็นหมื่น"

"วันนั้นเค้าพาคนมาห้าสิบกว่าคน แล้วยังช่วยบริจาคเงินให้ป้าอีก"

"แล้ววันนั้นก็มีคนขอพาน้องหมากลับไปเลี้ยงด้วยคนนึง"



น้องหมาตัวนั้น เป็นตัวนึงที่โชคดีมากๆเลยนะ

ที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสบายขึ้นแล้ว

แต่ถ้าถามว่าภาระของคุณลุงคุณป้าลดลงมั้ย

มันก็เพียงแค่เล็กๆน้อย เพราะยังมีอีกร่วมสี่ร้อยชีวิต ที่คุณป้าคอยดูแลอยู่

วันนั้นพวกเราได้ซื้ออาหารแมวถุงใหญ่ๆ 6 ถุง (ตามที่คุณป้าบอกว่าขาดแคลนอยู่)

ยากันยุงที่ป้าจะใช้จุดให้พวกเค้า เพราะกลางคืนยุงเยอะมากๆ

แล้วก็ข้าวสารทั้งหมด 25 กิโล เข้าไปให้



สมาชิกทุกคนช่วยกันออกเงินซื้อของพวกนี้มาช่วยต่อชีวิตของพวกเค้า

แต่ทั้งหมดนี้ ก็อาจจะต่อได้เพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้น

เพื่อนๆเราไม่มีใครรังเกียจที่จะเล่น ลูบหัว หรือกอดพวกเค้าเลย

ตรงนี้ทำให้เราภูมิใจ และดีใจมากเลยนะ







เราดูก็รู้ว่าพวกเค้าอยากได้ความอบอุ่น

อยากได้คนมาคอยเล่นด้วย อยากได้คนมาเอาใจใส่

เค้าพยายามมาอ้อนที่ขาเราด้วยล่ะ



ส่วนน้องหมาปู่หมูป่าสองตัวนี้

ก็เกือบต้องเป็นไปตามชะตากรรม เกือบจะต้องสังเวยชีวิตไปแล้ว

แต่คุณลุงคุณป้า ก็ยังรับพวกเค้ามาเพื่อให้พวกเค้าได้มีชีวิตอยู่ต่อไป



น้องสองคนนี้ เค้ายอมให้ลูบ ยอมให้จับด้วยนะ

เค้าไม่ดุเลย

ถ้าเราไม่พูดว่า "อ้วนดำ" หรือ "เอาแต่กินกับนอน" นะ

สองคำนี้ต้องห้าม เพราะเค้าละขวิดคนที่อยู่ข้างหน้าทันที

ถึงแม้ไอ้คนพูดจะอยู่ระยะห่างออกไปสามเมตรก็ตาม

(เพื่อนเราเกือบเป็นหยื่อไปแล้วแหละ)

พวกเรามาวันนี้เพื่อหาข้อมูล พูดคุยกับคุณป้า

แล้วก็ถ่ายรูปมาเพื่อทำบล็อกนี้ขึ้นมา

โดยได้ตากล้องมือดีมาช่วยเพิ่มถึง 3 คน



ที่คอยตามเก็บภาพสวยๆ จากหลายๆมุม ที่จะบ่งบอกเรื่องราวของที่นี่ให้คนอื่นได้รับรู้

ขอบคุณทั้งสามคนจริงๆ

ส่วนเพื่อนๆคนอื่นก็พยายามช่วยในรูปแบบของตัวเอง

ทุกคนเข้าไปหาคุณป้า พูดคุย และถามคำถาม

เพื่อหาสิ่งที่ตัวเองจะสามารถช่วยเหลือได้ตามกำลัง



กำลังของพวกเราวันนี้ช่วยเหลือคุณป้าได้ เป็น อาหารหมา อาหารแมว ยากันยุง



และรวมเงินกันทั้งหมด 13 คน

ตัดจากยอดที่ซื้อข้าวของพวกนั้นแล้ว อีกทั้งหมด 3775 บาท

(เหรียญบาทเหรียญนึงพลาดไปอยู่ใต้แบงค์)



ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนนึงที่พวกเราช่วยเหลือคุณลุงคุณป้าได้ในวันนี้



เทียบของที่เรานำเข้าไป กับคลังเก็บของของคุณป้าสิ



โล่งมากเลย ทั้งที่แบ่งพื้นที่เก็บของไว้ขนาดนี้

มันเทียบเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 100 ได้เลยมั้ง

อาหารเสบียงของพวกเค้าไม่เหลืออีกแล้ว

ตอนนี้ได้แค่รอคอยความช่วยเหลือของคนที่มีใจจะช่วยเหลือเท่านั้น

สิ่งที่ได้มาจากวันนี้

อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่า

อย่ามักง่าย เพียงแค่อยากเลี้ยงก็เลี้ยง พอเบื่อก็ทิ้ง

ชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณสามารถทิ้งขว้างได้ง่ายๆแบบนั้น

ที่ที่พวกเราไปแบบนี้

ไม่ว่าจะเรียกว่าทำบุญหรือไม่ แต่พวกเรามาด้วยใจต้องการช่วยเหลือ

มันไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อ ที่เราได้เห็นมุมมองดีๆในตัวของแต่ละคน แบบที่เราได้เห็นในวันนี้

วันนี้ไม่มีใครบ่นเลย มีแต่คนพูดว่า วันนี้สนุกมาก ขอบคุณมาก

เราเห็นความต้องการช่วยเหลือของเพื่อนแต่ละคน

ใจของแต่ละคนที่พยายามหาทางช่วยเหลือในทางต่างๆ

ถ้าเราช่วยคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือได้ มันก็รู้สึกดีมากมายแล้วนะ

ถ้าคุณเห็นน้องๆแล้วช่วยตั้งคำถามได้มั้ย

ว่าเขาจะอยู่กินกันยังไง มีคนดูแลมั้ย

เพราะว่าแค่คุณตั้งคำถาม นั่นแปลว่าคุณได้สนใจเขาแล้ว

ทั้งคุณลุงคุณป้า พยายามที่สุดเท่าที่ทำได้

เค้าใจสู้จนพวกเราทุกคนประทับใจ

และคุยกับหมอบ่อยที่สุดเพื่อให้ดูแลรักษาน้องๆที่ป่วยได้อย่างถูกต้อง

ดูแลทุกตัวอย่างมีความหมายกับตัวเค้าเท่าเทียมกัน

ไม่ใช่แค่ปล่อยไปตามยถากรรม

พวกเค้าทำไปโดยไม่ได้อะไรตอบแทนเลยซักนิด

คนที่ทำอะไรสักอย่างโดยไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัวมันก็ยังเหลืออยู่นะ ในโลกนี้

แล้วคนจิตใจดีแบบนี้ สมควรแล้วเหรอที่จะต้องอยู่อย่างยากลำบาก

เค้าควรจะได้รับการยกย่อง และช่วยเหลือมากกว่านี้ด้วยซ้ำ

ยิ่งพอถามถึงสุขภาพของป้า และถามถึงความต้องการส่วนตัวของป้า

เค้าก็ตอบกลับมาแค่

"ไม่เอาหรอก ให้น้องหมาก็พอแล้ว"

บางทีเราคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อคนที่เดือดร้อนได้

เป็นอะไรที่อยู่ไกลเกินเอื้อม

แต่เราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้เพื่อช่วยเหลือสัตว์พวกนี้ได้นะ

เพราะวันนี้ทำให้เรารู้ว่า

การช่วยเหลือมันไม่ได้ไกลที่ไหนเลย อยู่ที่ตัวเราเริ่มทำเท่านั้น

มันไม่ใช่เรื่องยากซักนิด

ทุกคนสามารถช่วยป้าเค้าได้ง่ายๆ

แค่โทรไปหาแล้วถามป้าว่า ป้าขาดแคลนอะไร ต้องการอะไร

ป้านิดา 081-6128334

ส่วนใครอยากโอนเงินช่วยเหลือก็

 ชื่อบัญชี สัญญา รสรื่น

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนนนท์

เลขที่บัญชี 058-1-36150-4



หรือช่วยได้แม้แต่ขอรับมาเลี้ยง เพื่อช่วย 1 ในชีวิตที่น่าสงสารเหล่านี้ไว้

เราเชื่อว่าเค้ารอพวกคุณอยู่

--------------------------------------------------------

การไปครั้งนี้ เป็นความตั้งใจครั้งแรกของเรา และเป็นการทำครั้งแรกของเรา

เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าคุณคิดจะทำบ้าง

เราขอทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกของเราแล้วกันนะ

ว่าวันนี้เราประทับใจอะไรบ้าง

เราไม่เพียงแค่ประทับใจคุณลุงคุณป้า

แต่เราประทับใจเพื่อนๆเราทุกคนที่มารวมกันในวันนี้

ทุกคนไม่ได้รู้จักกันทั้งหมด แต่สุดท้ายก็เดินทางไปด้วยกัน

เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน

เราได้นั่งมองเพื่อนๆที่มารวมกันโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทนแล้ว

มันปลื้มใจมากๆ

ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆทุกคนในวันนี้

และเพื่อนคนที่มีใจอยากจะช่วยทุกๆคน

พวกเค้าทำให้เรามองโลกในแง่ดีขึ้นนะ

ทำให้เราเปลี่ยนทัศนคติไปเลย เพราะจริงๆแล้วเราเป็นคนที่เกลียด "คน" นะ

แต่พอเห็นคนที่จิตใจดีแบบนี้ เราก็รู้สึกว่าโลกนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะ

แล้ว เราก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า จะเหลือ
คนที่ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นอีกเท่าไหร่

คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักกับเรา

เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือเค้าโดยการทำแบบเราก็ได้

หรือช่วยบอกต่อเรื่องดีๆนี้ให้กับเพื่อนๆของคุณเอง

คุณก็ถือว่าช่วยเหลือเรามากแล้ว

เราอยากให้ทุกคนรู้จักที่นี่เยอะๆ

อยากให้ป้ากับลุงแกสบายขึ้นบ้าง

ขอให้ทุกคนที่ได้ช่วยเหลือ ไม่ว่าทางใดก็ตาม

พบแต่ความสุขความเจริญ

แล้วเราคงได้สร้างความประทับใจกันอีก ในคราวหน้า

วันที่ 10 สิงหาคมนี้ (วันอาทิตย์)
 

พวกแป้งกับเพื่อนๆจะไปกันอีกรอบนึง

ใครอยากไปเยี่ยมที่นี่พร้อมพวกเรา

ติดต่อทิ้งข้อความไว้เลยค่ะ

สมาชิก Exteen ที่ติดต่อหรือทิ้งข้อความไว้

แป้งจะ ems กลับไปนะคะ


ฝากเช็ค ems ที่แถบสีเทาบนสุดของหน้าบล็อกของตัวเองด้วยนะ

Credits : ภาพสวยๆจาก
AI13