Tsukino

2007/May/09

หาเพลงที่เหมาะกับคู่นี้อยู่นานเหมือนกัน

แต่พอได้ฟังเพลงนี้หลังจากที่แปลจบ ก็มีสะดุดใจเล็กน้อย ...

บางประโยคก็สื่อถึงความรู้สึกที่ทั้งสองคนมีให้กันจริงๆ

:+: Hikaru Utada - Final Distance :+:



เรื่องของคนนี้ขอบอกว่ายาวมากกก เนื้อเรื่องยาวมาก ไม่ไหวแล้วว

(ก็พระเอกนี่)

ใช้เวลาแปลไปดองไป สองวัน

รวมเวลาเต็มๆที่พิมพ์+เรียบเรียงคำพูด 7 ชม. มายก้อดดดด

เพราะงั้นคราวนี้อาจจะเบลอๆ ถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขอโทษด้วยนะคะ

甲斐聡
ไค อากิระ

"มายืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้! ฮะ ?"

"เฮะ ทำหน้าแบบนี้ ต้องคิดถึงเรื่องหมอนั่นแน่ๆ"

"เขียนอยู่ที่หน้าชัดเลย รุ่นพี่ไค เนี่ย"

โทโมยะพูดถึงรุ่นพี่ที่เป็นคู่หมั้นของเรา ตอนนี้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ

"ว่าแต่ทำไมคนอย่างเธอถึงมีคู่หมั้นได้น้า"

"สัญญาของพ่อของพวกเราน่ะ"

"แต่ตอนแรกชั้นไม่รู้นะว่าเค้าเป็นคู่หมั้นชั้นน่ะ"

"เอ๊ะ ไม่ได้เจอกันที่ชมรมศิลปะเหรอ ?"

"ไม่ใช่ๆ ที่เจอกันครั้งแรกน่ะ ...."

-----------ปีที่แล้ว----------



"เธอ ... มีอะไรเหรอ ?"

"อ๊ะ ขอโทษค่ะ"

รุ่นพี่ทักเราที่กำลังมองซากุระอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน

อ๊ะ ...

คนนี้หน้าสวยจังเลย

"นี่ ... ดอกไม้นะ คุณน้องใหม่"

รุ่นพี่ล่ะมั้ง ... อยู่ปีไหนนะ ....

ดอกไม้ ... อ๊ะ

"หืม ? .... ทำไมเหรอ ? ติดไม่เป็นเหรอ ?"

"อ๊ะ ติด ... ติด ตรงไหนคะ"

"ติดที่อกนะ"

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

ได้กลิ่นจากตัวรุ่นพี่ที่เข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย

หอมจังเลย ... เมื่อเช้าคงอาบน้ำมา ... อ๊ะ ชั้นคิดอะไรเนี่ย

พอติดเสร็จเงยหน้าขึ้นมา ... เค้าก็ยังมองหน้าเราแล้วยิ้มอยู่อย่างนั้น

สายตาที่มองมาทำให้ขยับไปไหนไม่ได้เลย

"นี่ .... "

"คะ ?"

"เรา ... เคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า ?"

"คิดว่า ... ไม่นะคะ"

"เฮ้ยยย อากิระ จีบเด็กใหม่แต่เช้าเลยเหรอออ"

"ขะ ขอโทษค่ะ !!"

เราเขินมากพี่เค้าก็เขินตามไปด้วย

เราเลยจะชิ่งหนีออกไป

"อ๊ะ ... เดี๋ยวก่อน !"

"คะ ... ค่ะ"

"เอ่อ ... ชั้น ไค อากิระ อยู่ปีสองนะ"

เอ๊ะ เหมือนเคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยแฮะ ...

"รองประธานชมรมศิลปะ ถ้าว่างก็แวะมาได้นะ"

"ค่ะ ... ไปค่ะ !!"

แต่ตอนนั้นก็ไม่คิดหรอกนะว่าเป็นคู่หมั้นตั้งแต่เด็ก

แต่พอลองคิดดูแล้ว เหมือนกับพรหมลิขิตเลย ที่ได้มาเจอกันแบบนี้

พอเรากลับเข้าโลกของความจริง เรียวโกะก็ทักเราว่า

"ทำไมดูหน้าหมองๆ มีอะไรรึเปล่า"

เฮ่อ .... คงเพราะตั้งแต่รุ่นพี่บอกเราเรื่องเรียนต่อล่ะมั้ง -------

"เอ๊ะ ... นร.แลกเปลี่ยน ... ปีนึง ...."

"อืม ... พอหยุดซัมเมอร์ ก็จะไปเลยน่ะ"

"นั่นมัน...อีกแค่อาทิตย์เดียวไม่ใช่เหรอคะ"

"ขอโทษ ... จริงๆ"

ไควางแผนจะไปตั้งแต่ตอนเข้ามาเรียนที่นี่ตอนปี 1 แล้ว

อาจจะตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้วด้วยซ้ำ...

"ทำไมถึงไม่เคยบอกอะไรชั้นเลยล่ะคะ!!"

เราคบกันมาสามเดือนแล้ว แถมยังเป็นคู่หมั้นกัน

ถึงจะเวลาแค่นั้น แต่ชั้นก็ชอบเค้า.... ชอบ.... ชอบมาก

"ชั้น ... คงฝันไปคนเดียว ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยคะ"

"ไม่ใช่นะ ... เธอน่ะ ... !!"

"มันเชื่อไม่ได้!!"

"รุ่นพี่ อ่อนโยนกับชั้นเสมอ .... ดีกับชั้นมาตลอด"

"แต่คงเป็นแค่ชั้นคนเดียว ที่คิดว่ารุ่นพี่เป็น ... คนรัก .."

"อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ..."

"แต่ชั้นเห็นเธอ ... พิเศษสำหรับชั้น .... ตั้งแต่แรกแล้ว"

"ตั้งแต่คิดว่าเคยเห็นเธอที่ไหน ชั้นก็ไปเจอรูปเก่าที่เราเคยถ่ายด้วยกันตอนเด็กๆ"

"แต่มันไม่ใช่แค่นั้นนะ จำได้มั้ยวันที่เธอไปห้องชมรมศิลปะ"

"เธอพูดว่ารูปของชั้น ดูเจ็บปวด ยังไงไม่รู้ ...."

"อ๊ะ นั่นรูปนั่นรุ่นพี่วาดเหรอคะ ? ชั้น ....."

".... ตั้งแต่นั้นมา ชั้นก็มองเธอมาตลอด"

"เอ๊ะ"

"เธอเป็นคนแรกที่พูดแบบนั้น ... มีเธอคนเดียวที่เข้าใจมัน ..."

พ่อแม่รุ่นพี่เป็นคนที่เก่งมากๆ

ทำให้รุ่นพี่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความกดดันมาตลอด

"ชั้นกลัว ที่จะบอกเธอเรื่องไปเรียนต่อ"

"รู้มั้ยชั้นกลัวมากแค่ไหน ... กลัวว่าจะโดนเธอเกลียด ถ้าพูดมันออกไป"

"เพราะงั้น ... ที่เธอพูดว่าเหมือนเธอรู้สึกอยู่คนเดียว"

"ชั้นก็รู้สึกแบบเดียวกัน ... ชั้นรู้สึกว่าชั้นรักเธออยู่ฝ่ายเดียว"

มือของเราสั่น ... รุ่นพี่ก็เหมือนกัน

ไม่อยากจะเห็นหน้ารุ่นพี่เศร้าแบบเมื่อกี๊อีกแล้ว

"เข้าใจแล้วค่ะ"

เรามองหน้ารุ่นพี่แล้วยิ้ม

"ต้องเมลมานะคะ ... โทรศัพท์ด้วย"

" ....แน่นอนอยู่แล้ว!!!"

"สัญญานะคะ ... ไม่งั้น"

"ชั้น .. จะไม่ยอมให้ไป ... อังกฤษ ... หรือที่ไหนก็ตาม"

"สัญญา...."

รู้สึกได้ว่าแขนของเราที่กอดกันไว้แน่นนั้น ... สั่นอยู่เล็กน้อย

---------------------------

"นี่ ... คุยกับชั้นก็ได้นะเรื่องรุ่นพี่น่ะ"

เรียวโกะเป็นห่วงเรา เพราะเห็นท่าทีไม่สบายใจ เอาแต่ถอนหายใจทั้งวัน

"เอ๊ะ ... ไม่ติดต่อมาเกือบ 3 เดือนแล้วเหรอ !?"

เราเองก็ได้ยินข่าวของรุ่นพี่ผ่านจากทางพ่อเท่านั้น ไม่ได้รู้ด้วยตัวเองเลย

"ทำไมอย่างนั้นล่ะ"

"ชั้นก็อยากรู้เหมือนกัน...."

"แล้วเธอ ได้ติดต่อไปบ้างรึเปล่า"

"... เปล่า"

"ทำไมล่ะ !!!"

"ชั้นกลัว...ถ้าชั้นส่งไปแล้วเค้าไม่ตอบกลับ ... ชั้นไม่รู้จะทำยังไง"

นี่เรารู้เรื่องของรุ่นพี่มากขนาดไหนนะ

คำสัญญาที่เคยให้ไว้ ... มันเชื่อได้ซักแค่ไหนนะ

รุ่นพี่อาจจะเจอคนที่ดีกว่าที่นั่นก็ได้ ... อาจจะโกหกเรื่องที่เราพิเศษกว่าคนอื่นก็ได้

ทั้งๆที่รุ่นพี่จะกลับมาช่วงหน้าร้อนนี้อยู่แล้วแท้ๆ

"อาจจะไม่กลับมาก็ได้"

"เธอ ... คิดในทางไม่ดีมากไปแล้วนะ"

"นี่ ชั้นว่ายังไงก็ลองติดต่อไปก่อนเถอะ...นะ"

"เอาแต่หนีอยู่แบบนี้ ก็เท่ากับไม่ได้เริ่มอะไรซักทีน่ะสิ ... ปะ เข้าห้องเรียนกันเถอะ !"

แม้แต่อาจารย์ประจำชั้น

ก็ยังสังเกตเห็นท่าที่ของเราที่เอาแต่เหม่อลอยตลอดโฮมรูม

อาจารย์ก็ถาม เราก็เลยบอกไปเรื่องรุ่นพี่ไม่ติดต่อมา

อาจารย์ก็พูดเหมือนเรียวโกะว่าถ้าเราไม่ติดต่อไปก็ไม่ได้เริ่มอะไรซักที

ตอนเย็นโทโมยะก็ชวนเรากลับบ้านด้วยกัน

"เรื่องคู่หมั้นน่ะไม่ลำบากใจเหรอ เรื่องที่พ่อเค้าตัดสินกันเองไม่ใช่เหรอ"

แต่ไม่ว่ายังไงความรู้สึกของเราก็ชัดเจน

"ชั้น... ชอบรุ่นพี่"

"ถึงจะไม่ติดต่อมาเลยน่ะนะ"

"....."

"อยู่ห่างกัน แถมปล่อยเธอไว้แบบนี้ มันมีเหตุผลอะไร เป็นคู่หมั้นแท้ๆ"

พอเรากลับมาบ้านก็ลองเปิดคอม จะส่งเมลหารุ่นพี่

แต่นิ้วมือที่วางอยู่บนคีย์บอร์ด ไม่ขยับแม้แต่นิด...

พอหลังจากข้าวเย็น เราก็กลับขึ้นไปบนห้อง

คาสึกิน้องชาย ก็มาเคาะประตู

คาสึกิที่ได้ยินเสียงเราร้องไห้ทุกวันจากข้างๆห้อง ก็เป็นห่วงเราเหมือนกัน

"มันไม่ไหวแล้วไม่ใช่เหรอ แบบนี้"

คำพูดของคาสึกิบ่งบอกเหมือนกับว่าเรื่องเรากับรุ่นพี่มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

ถึงจะพูดจาไม่ดี แต่คาสึกิก็เป็นห่วงเราจริงๆ

เราตัดสินใจที่จะส่งเมลไปหารุ่นพี่อีกครั้ง

ไม่ได้ติดต่อมาตั้งนาน นึกอะไรไม่ออกจริงๆ

แต่ถ้าไม่เขียนตอนนี้ ก็คงไม่ได้เขียนตลอดไปแน่ๆ

.....

'รุ่นพี่ไค ชั้นเองนะคะ'

......

'คิดถึงค่ะ ....'

แล้วภาพของเรากับรุ่นพี่เมื่อก่อนก็วิ่งเข้ามาในหัว

ตอนที่อยู่ในห้องชมรมกันสองคน

"ขยันจัง ทุกคนกลับกันหมดแล้ว อาจารย์ก็มาฝากกุญแจให้ปิดห้องให้ด้วย"

"ขอโทษนะคะรุ่นพี่ ต้องมาอยู่จนเย็นแบบนี้เพราะชั้น"

"ไม่หรอก ดีออก ... เพราะชั้นเองก็อยากอยู่กับเธอนานๆ"

ทำไมรุ่นพี่ถึงดีแบบนี้นะ... วินาทีนั้น เราก็คิด

ว่าอยากให้รุ่นพี่เป็นของเราคนเดียว

แต่ถ้าพูดแบบนั้น ... ไม่ได้หรอก เราไม่อยากให้รุ่นพี่เกลียด

รุ่นพี่คุยเรื่องสีน้ำมัน ว่าเป็นสีที่เค้าตัดสินใจเลือกวาดมาตลอดเพราะออกมาดีที่สุด

เค้าเคยลองวาดหลายๆแบบ เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด แต่เราไม่เหมือนกัน

เราวาดด้วยความสนุกมากกว่า...

"เธอพึ่งเคยคบใครเป็นครั้งแรกใช่มั้ย"

"ชั้นรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลย"

"ชั้นเคยคิดว่า เวลาเธอไม่มีคนรักอยู่ข้างๆแล้วเธอจะเป็นยังไง"

"รุ่นพี่ มีเสน่ห์มากแค่ไหนไม่รู้เหรอคะ ... อย่างน้อยก็ชั้นคนนึง"

"ชั้นเจ้าเล่ห์นะ ... ตอนชั้นอยู่ไกลๆ ชั้นอาจจะทดสอบเธอก็ได้"

"คนอย่างรุ่นพี่นะเหรอคะ ? ... ไม่น่า"

"ฮึๆ จริงๆนะ เพียงแต่เธอยังไม่เคยเห็นเท่านั้นเอง"

หรือว่า ... ที่ไม่ติดต่อมา นี่คือการทดสอบของรุ่นพี่นะ ?

พอเราหลุดจากภวังค์ก็เห็นว่าตัวเองส่งเมลไปแล้ว...

เราเองก็ไม่มีความมั่นใจเลย

รุ่นพี่ .... ชั้นกลัวนะคะ ... รุ่นพี่คิดอะไรอยู่....

เมื่อคืนเรานอนไม่หลับเลยตื่นสาย

แถมตอนเช้าก็เจอโรคจิตเข้าให้ แต่ยังดีที่เจอเจ้าชายในฝัน

เลยลืมคิดถึงรุ่นพี่ไปได้เล็กน้อย

(เฮ้ยๆ เอ็งเขียนเรื่องรุ่นพี่อยู่ กลับมาๆ)

แล้วตอนเย็นโทโมยะก็พาเราไปหาเจ้าชายอีกครั้งนึง แหม่พรหมลิขิตจริงๆเลย

(เฮ้ยยยยย บอกว่ากลับมา!!!)

ยูสะซังงงง

(ขออภัยทุกท่าน ขอเพ้อแป๊บนึง)

ยูสะก็พาเราดูงานต่างๆในร้านแล้วพอตอนเลิกก็ชวนเราไปนั่งคุยกันนิดหน่อย

พอเราบอกว่า ถ้าแป๊บๆก็ไม่เป็นไรค่ะ

ยูสะก็เดินโอบไหล่เราไป

พอถึงตรงนี้เราก็เล่าเรื่องของรุ่นพี่ให้ยูสะได้รู้อีกคนนึง...

ในหัวเรามีแต่รุ่นพี่ รุ่นพี่ .....รุ่นพี่

พอกลับบ้านมาก็อาบน้ำ ... ใส่ชุดนอน ... เหมือนทุกวัน

นั่งมองรูปรุ่นพี่บนโต๊ะ ... เหมือนทุกวัน

นี่เราคงจะคิดอะไรมากเกินไปมั้ง .... ทำไมถึงเหนื่อยแบบนี้นะ

------------------------------

วันหยุดทั้งทีก็ไม่ได้นอนตื่นสายๆ แม่ก็ยังมาเรียกแต่เช้า

วันนั้นเราใช้เวลากับการนอนเล่นอยู่บ้าน คิดถึงครั้งที่รุ่นพี่มาหาที่บ้าน...

"แปลกดีนะ ... เพราะรูปตอนเด็กๆนั้น ทำให้ชั้นรู้สึกตลอดเวลา"

"ว่าเหมือนกับเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน"

"ยิ่งวันนี้ ได้นั่งอยู่ใกล้ๆเธอแบบนี้"

รุ่นพี่โอบไหล่เราเข้ามาให้ใกล้ขึ้น

"รู้สึก สบายใจยังไงไม่รู้"

เราไม่รู้สึกสบายตามรุ่นพี่ไปด้วยเลย

รุ่นพี่อยู่ใกล้ ขนาดนี้ ....

"อ๊ะ ... "

"มีคนในรูปวาดที่บ้านชั้นคนนึง ... คล้ายเธอมากเลย"

"พ่อชั้นวาดไว้ แขวนไว้ที่กำแพงตั้งแต่ชั้นเด็กๆแล้ว มาคิดแล้ว คล้ายเธอมากเลย"

"วาดไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ... เป็นเพื่อนร่วมชั้นคนนึง แต่ไม่ได้ถามว่าเค้าเป็นใครนะ"

"แขวนไว้ตลอดแบบนี้ ... หรือว่าเป็นรักแรกของคุณลุงรึเปล่า?"

"หา~~ ไม่หรอก นั่นรูปผู้ชายนะ"

"ทำไมพึ่งมารู้สึกว่าคล้ายเธอมากๆตอนนี้นะ ..."

"คราวหน้าถ้าไปที่บ้านจะให้ดู เผื่อเธอจะนึกอะไรออก ... ตาแบบนี้ล่ะ เหมือนกันเลย"

"...รุ่นพี่..."

"แปลกจังเลยนะ ... อ๊ะ ... ปาก ก็เหมือน ... มากๆเลย"

"ร รุ่นพี่ ..."

คงเพราะ อยู่ใกล้มากเกินไป .... เสียงก็เลยสั่น

"อ๊ะ"

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ

"นี่ ... ............... "

"จูบ ... ได้มั้ย ?"

ตอนนี้ ... เสียงที่ได้ยิน มีแต่เสียงหัวใจของเราเท่านั้น

เราพยักหน้าอย่างเขินๆ พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของรุ่นพี่

"ชั้นชอบเธอนะ ..."

หน้าของรุ่นพี่ค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ เรารู้สึกถึงความอ่อนนุ่มบนริมฝีปาก

... ความรู้สึกเหมือนมาชเมลโล่เลย ... ทำไมนุ่มอย่างนี้นะ

ตาของเรายังคงหลับแน่น

พอรู้สึกว่ารุ่นพี่เริ่มถอยออกไป ลืมตาขึ้นมาก็เห็นรอยยิ้มของรุ่นพี่ สายตาของรุ่นพี่

เสียงหัวใจ ก็ยังดังไม่หาย

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืมความสุขในวันนั้นเลย

ผ่านไปวันนึง

เย็นมาก็กินข้าวที่บ้านเหมือนทุกที

กลับขึ้นห้องไปนั่งมองกองหนังสือภาษาอังกฤษ

เฮ่อ .... เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน

มองไปที่คอมพิวเตอร์ คิดลังเลใจอยู่นานแต่ก็ตัดสินใจเช็คเมลด้วยใจที่สั่นๆ

ไม่รู้ว่า จะมีความหวังบ้างมั้ย

แล้วเราก็พบกับเมล 1 ฉบับ ... ที่ส่งมาจากรุ่นพี่!!

หัวข้อ [ขอบคุณ]

'ขอบคุณที่เมลมานะ ชั้นก็คิดถึงเธอเหมือนกัน'

'ช่วงนี้ชั้นไปกินอาหารญี่ปุ่นบ่อยมากเลย แต่รสชาติยังไงก็สู้ที่ญี่ปุ่นไม่ได้จริงๆนะ'

'ดีใจมากเลยที่เธอบอกว่าคิดถึง เมลที่ส่งมา ชั้นเข้าไปเปิดดูวันนึงไม่รู้ตั้งกี่รอบ'

'จนเพื่อนพูดว่าอยากจะเห็นหน้าเธอเลยนะ (ฮา)'

'ตอนนี้ที่ลอนดอนมีดอกไม้สวยๆเต็มไปหมดเลย อยากให้เธอเห็นจัง'

'แต่ชั้นก็คนญี่ปุ่นไม่ว่ายังไงก็ชอบฤดูใบไม้ผลิที่นั่นที่สุด'

'ปีนี้ ซากุระที่โรงเรียนเรา ก็สวยเหมือนเดิมรึเปล่า....'

รุ่นพี่ยังเหมือนเดิม....

ดีใจจัง

'พอชั้นได้รับเมลจากรุ่นพี่ ชั้นยิ่งคิดถึงรุ่นพี่เข้าไปใหญ่เลย'

'อย่างน้อยชั้นก็อยากจะไปอังกฤษซะตอนนี้เลยล่ะค่ะ'

'ซากุระปีนี้บานเร็วกว่าปีที่แล้วนะคะ'

'แต่ไม่ว่ายังไง ซากุระปีที่แล้วก็สวยที่สุดจริงๆ'

'ไม่ใช่แค่ซากุระหรอกค่ะ ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ไม่สวยเอาซะเลย'

'เพราะไม่มีรุ่นพี่'

'ชั้นคิดเรื่องรุ่นพี่ตลอดเวลาจนเหม่อ โดนอาจารย์ว่าตลอดเลยล่ะค่ะ'

'แต่รุ่นพี่ก็พยายามอยู่ที่นั่น ชั้นเองก็ต้องพยายามเหมือนกัน'

'รอกลับมานะคะ'

เราพิมพ์ไปน้ำตาคลอ

....คิดถึงรุ่นพี่เหลือเกิน...

อีกวันพ่อเราก็บอกข่าวดีว่ารุ่นพี่จะกลับมาเร็วขึ้น !

แล้วเราก็ตัดสินใจลองโทรไปหารุ่นพี่ดู

แต่อ๊า ... ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องเลย จะบ้าตาย

"คุณพ่อ ... พาส !"

แต่ดูเหมือนรุ่นพี่จะไม่อยู่ แต่ไม่เป็นไร

อีกแป๊บเดียวก็กลับมาอยู่แล้ว รอถึงตอนนั้นก็ได้

พออีกวันเราไปเรียนคราวนี้เลยเพ้อเข้าไปใหญ่ ไม่เป็นอันเรียน

ดีใจ คิดแต่เรื่องรุ่นพี่เข้าไปมากกว่าเก่า

จนหมดไปอีกวันนึง

ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ก็คิดถึงแต่รุ่นพี่ รุ่นพี่ รุ่นพี่

ถ้าอยู่ด้วยกันตอนนี้ คงจะได้เดินกลับบ้านด้วยกัน ... มีความสุขด้วยกัน

คิดถึงจังเลย รุ่นพี่ --------------------.

"มาแล้ว"

ความทรงจำตอนที่เราไปบ้านรุ่นพี่ครั้งแรกแวบเข้ามา

รุ่นพี่ยกชาเข้ามาสองถ้วย

เราไม่กล้าแม้แต่จะนั่งบนเบาะที่รุ่นพี่เอามาให้

รุ่นพี่เองก็นั่งลงบนเตียง วางถ้วยของตัวเองบนโต๊ะ

"นี่ ...."

"คะ ..."

"อย่าฝืนเลย"

เรารู้ทันทีว่ารุ่นพี่พูดถึงอะไร

"ชั้นไม่อยากทำถ้าเธอไม่พร้อม"

"มะ ไม่ใช่นะคะ !!"

อ๊ะ ... เราเผลอเสียงดังมากไปรึเปล่า

รุ่นพี่ก็ยิ้มให้

"ก็ดูสิ ... เธอตื่นเต้นมากเลย"

"ไม่เป็นไรหรอก เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกไม่ใช่เหรอ"

"ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย ชั้นรอได้"

แต่เราตัดสินใจแล้ว เรารักคนๆนี้

"....จะดีเหรอ ?"

"ชั้น ชอบพี่ ... นี่คะ"

เราโอบคอรุ่นพี่ไว้

รู้สึกถึงลมหายใจ กับแขนอุ่นๆของรุ่นพี่ที่กำลังโอบล้อมเราช้าๆ

"ชั้นชอบเธอ ..."

"ไม่ต้องกลัว....ไม่เป็นไรนะ .."

รุ่นพี่จูบเราเบาๆ ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

ถึงรุ่นพี่จะดูหุ่นเพรียวเหมือนผู้หญิงอย่างนั้น แต่ก็เป็นผู้ชาย

ครั้งแรกที่เห็นร่างกายของผู้ชาย

ครั้งแรกที่ถูกสัมผัสด้วยความรักแบบนี้

"... ขอโทษนะ"

"ชั้นอยากอ่อนโยน